เรื่อยๆเปื่อยประจำสัปดาห์
กรกฎาคม 9, 2008
ไม่รู้จะตั้ง Topic อะไรดี ^_^
ช่วงนี้มีเรื่องหลายเรื่องเลยนะครับที่จะพูด…..พอดีวันนี้แว้บไปดูที่บล็อกของพี่ Pittaya มา

ข่าวปีที่แล้ว – ไทยหนุนขึ้นทะเบียน “ปราสาทเขาพระวิหาร” เป็นมรดกโลก
ข่าวปีนี้ – เสร็จโจร! “พระวิหาร” เป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว
นั่นสินะ…..จะเอายังไงสื่อหนอสื่อไทย
ปล. ผมขอทายการเมืองไทยเล่นๆ พปช โดนยุบ ศาลเข้าสู่ยุคมืด ทรท ภาค3 เกิดแน่ๆ คนก็ยังเลือกเหมือนเดิม….คนไทยฉลาดขึ้น
สื่อเสี้ยมเริ่มหมดยุค (หวังว่าเมืองไทยคนไทยหลายๆคนจะได้ตาสว่างกะการเมืองไทยซักทีไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบ 70/30 ฮ่าๆ)
(กดอ่านต่อด้วยนะครับ….มีอีกยาว 555)
เรื่องของชาวบ้านกับคนทรงเจ้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ึี่ง
กรกฎาคม 4, 2008
ไปเจอมาที่ไหนสักที่นี่แหละ…..
เหมือนนิทานครับ….อ่านแล้วชอบดี
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเจ้าพ่อคนทรงที่ชาวบ้านให้ความนับถือ ทุกๆวันจะมีของที่ชาวบ้านเอามาเซ่นไหว้มาถวายให้เจ้าพ่อไม่ขาดสายเจ้าพ่อทำหน้าที่ เข้าทรง ทำน้ำมนต์ ดูดวง ปลุกเสก สะเดาะเคราะห์ ดูฤกษ์ยาม ขึ้นบ้านใหม่ไปทำพิธี ไปเจิม ไปตัดริบบิ้น กดปุ่ม วางศิลา ยกช่อฟ้า…
เจ้าพ่อศักดิ์สิทธิ์มากในความเชื่อของชาวบ้าน เจ้าพ่อจึงมีงานพิธีมากมายล้นมือ จนต้องเลือกรับแต่งานสำคัญๆเจ้าพ่อจึงเป็นผู้นำและศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมาตลอด ด้วยความศักด์ิสิทธิและอิทธิฤทธิ์ที่บอกเล่ากันเอง เจ้าพ่อจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมายและอยู่รอบตัวเจ้าพ่อด้วยความที่ลูกศิษย์เจ้าพ่อมีมากมายหนาแน่น บางทีลูกศิษย์ก็ขัดแย้งกระทบกระทั่งกันเอง เพราะขัดผลประโยชน์..
เจ้าพ่อจึงต้องจัดระเบียบอาศรมโดยแบ่งให้ลูกศิษย์กันดูแลเป็นสายตามหน้าที่ เช่น ดูแลของเซ่นไหว้ก็กลุ่มหนึ่ง ดูแสถานที่ จัดคิวคนเข้าพบ รับกิจนิมนต์ก็กลุ่มหนึ่ง ดูแลผลประโยชน์ร้านขายของและรถเข็นบริเวณหน้าอาศรมก็กลุ่มหนึ่ง ดูแลการเงินทำบัญชีก็กลุ่มหนึ่ง…. พิมพ์เอกสารทำเครื่องรางของขลังก็กลุ่มหนึ่ง แบ่งหน้าที่กันชัดเจนทั้ง อาศรม ทั้งเจ้าพ่อและลูกศิษย์ก็อยู่กันอย่างสงบบ้างไม่สงบบ้าง บางทีลูกศิษยก็ขัดใจกัน พอขัดใจมากๆ ก็ลากปืนมายิงกันเอง สุดท้ายเจ้าพ่อก็ต้องมาเคลียร์ให้ทุกที (แต่หลังจากยิงกันเสร็จแล้ว)แต่ถึงอย่างไรอาศรมก็ยังอยู่คู่กับความเชื่อในหมู่บ้านมาได้ด้วยดี
จนมาวันหนึ่ง
ผู้ใหญ่บ้านคนเก่าหมดวาระ ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ก็เข้ามาผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ที่ชาวบ้านเลือกมาเป็นที่เด่นดังและได้รับความนิยมจากชาวบ้านด้วยการเอาสิ่งใหม ่ๆ มาให้ชาวบ้านได้ตื่นเต้นกันตลอดอินเตอร์เน็ต ตู้ยา โครงการผ่อนรถไถนา ปุ๋ยราคาถูก ทุนให้ลูกไปเรียนในตัวเมือง ขุดคลองใหม่ ทำถนน ฯลฯพอเวลานานไป ผลงานผู้ใหญ่บ้านจึงได้รับความนิยมและเป็นที่รักและชื่นชมของลูกบ้านและได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกสมัยเพราะความฮอตของผู้ใหญ่ ทำให้เจ้าพ่อเดือดร้อนของไหว้น้อยลง คนก็เลยเริ่มไม่ค่อยเข้าอาศรม เพราะคนเริ่มไม่ค่อยมีความทุกข์ และไม่ค่อยเห้นความสำคัญของที่พึ่งทางใจ
แถมชาวบ้านยังเลิกพิธีบางอย่าง เช่น แห่นางแมวเพราะน้ำเข้าถึงหมู่บ้านเพียงพอโดยไม่ต้องรอฝนยิ่งนานไป จึงไม่ค่อยมีใครอัญเชิญเจ้าพ่อไปเปิดงานทำพิธีกรรมบริกรรมคาถาต่าง ๆอาศรมเริ่มเงียบ ร้านรวงหน้าอาศรมก็เลิกขายของเพราะไม่ค่อยมีคนมา เจ้าพ่อเริ่มเดือดร้อนเพราะไม่ค่อยมีคนเห็นความสำคัญของตัวเองแม้แต่ลูกศิษย์ลูกหาก็เริ่มเครียด เงินทองขาดมือ ลูกศิษย์ลูกหาบางส่วนเริ่มจากลาไปทำมาหากินอย่างอื่น อิทธิฤทธิ์ของเจ้าพ่อช่วยกู้สถานการณ์อะไรไม่ได้เลยเมื่อคนในหมู่บ้านมีความสุข จึงไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญของศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านอย่างเจ้าพ่อ
ลูกศิษย์ลูกหาเริ่มเครียดที่ขาดรายได้ เจ้าพ่อก็เครียดเช่นกันที่ชาวบ้านหายหน้าหายตาไม่ค่อยเข้าอาศรมใน ที่สุด ลูกศิษย์ลูกหาจึงทนไม่ไหว เพื่อกอบกู้สถานการณ์ก่อนที่อาศรมจะหมดความสำคัญ บรรดาลูกศิษย์จึงรวมหัววางแผนและออกมาป่าวประกาศใส่ร้ายผู้ใหญ่บ้านว่าเป็น คนสร้างภาพบังหน้า เบื้องหลังเป็นคนโกหก คดโกงชอบหาผลประโยชน์จากหมู่บ้าน ไม่ยอมเสียค่าส่วนกลาง เอาที่ดินลานหน้าหมู่บ้านของส่วนรวมไปเปิดตลาดนัดให้พรรคพวกเช่า
ข้อกล่าวหาสารพัด หลานคนเริ่มเชื่อ คล้อยตาม และสงสัยในตัวผู้ใหญ่บ้าน จนเกิดการขับไล่ผู้ใหญ่บ้านภายใต้การยุแหย่ของลูกศิษย์ชาวบ้านแตกความสามัคคีกันอย่างรุนแรง ชาวบ้านบางส่วนรักผู้ใหญ่บ้าน บางส่วนเกลียดผู้ใหญ่บ้าน บางทีก็ตีกันตามงานต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่บ้านไปปรากฏตัวชาวบ้านแตกแยก ไร้ความสามัคคี หลายบ้านมีความทุกข์ มีบางคนที่หวังดีต่อหมู่บ้าน ก็ไปตั้งวงปรึกษากันเพื่อหาทางออก
ลูกศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังได้ที ก็บอกให้ชาวบ้านไปปรึกษาเจ้าพ่อ และให้เอาเจ้าพ่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในระหว่างที่คนในหมู่บ้านยังขัดแย้งในเรื่องของความชอบธรรมของผู้ใหญ่บ้าน หลายคนจึงเริ่มหันหน้ากลับเข้าหาอาศรมเพื่อให้เจ้าพ่อนั่งทางในทำนายเหตุุการณ์ ทำพิธีต่อชะตาหมู่บ้าน สะเดาะเคราะห์ ฯลฯเมื่อหมู่บ้านเกิดอาเพท อาศรมก็คึกคัก เจ้าพ่อและลูกศิษย์ก็ยินดีปรีดา
สุดท้ายกลุ่มนักเลงหัวไม้ จิ๊กโก๋ประจำหมู่บ้าน จึงร่วมมือกับลูกศิษย์ของเจ้าพ่อและอ้างว่าผู้ใหญ่บ้านคือสาเหตุของอาเพทและ ความขัดแย้งทั้งหมดของหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็พากันยกพวกไปขับไล่ผู้ใหญ่บ้านให้ออกไปนอกหมู่บ้านและล็อคบ้าน ไม่ให้เข้ามาพอขับไล่ผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว พวกนักเลงหัวไม้ จิ๊กโก๋และลูกศิษย์เจ้าพ่อ ก็แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านชั่วคราวมาแทน โดยเลือกเอาจากลูกศิษย์ในอาศรมเจ้าพ่อ
เจ้าพ่อคนทรง จึงกลับมาศักดิ์สิทธิ์และได้รับความสำคัญอีกครั้งหนึ่งจากชาวบ้าน ท่ามกลางความแคลงใจของชาวบ้านอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าเจ้าพ่ออยู่ เบื้องหลังเรื่องชั่วช้าทั้งหมดแต่… เมื่อชาวบ้านคนใดออกมาแสดงความสงสัยหรือพาดพิง หรือตำหนิต่อว่าพฤติกรรมของเจ้าพ่อที่ไม่ค่อยเ็ป็นกลาง เมื่อนั้น คนพูดก็จะโดนข้อหาลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บังอาจลบหลู่เจ้าพ่อจากบรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านที่ยังคลั่งเจ้าพ่อโดยทันที จนหมดโอกาสทำมาหากิน
และแล้ว ในที่สุดความงมงายก็กลับมาสู่หมู่บ้านอีกครั้งหนึ่่ง
ท่ามกลางความผาสุขของเจ้าพ่อและลูกศิษย์ทั้งอาศรมต่อไป…
…..
ไม่ทราบว่า พวกท่านที่อ่านจบเคยได้ยินเรื่องราวในทำนองนี้บ้างไหมครับ ? …
เอวัง….